แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การประชุมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การประชุมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

รายงานการประชุมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ ๑/๒๕๕๗

    สันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส ในวันนี้เรามีสมาชิกเพิ่มเป็น ๑๖ เทศบาล โดยมีเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง ซึ่งเป็นเทศบาลที่ได้รับการยกฐานะจาก อบต.ล่าสุด เข้ามาเป็นสมาชิกด้วย สำหรับการประชุมสันนิบาตเทศบาลในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๑ ของปีงบประมาณ ๒๕๕๗ โดยมีเทศบาลตำบลบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส รับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ซึ่งเจ้าภาพเองก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศคลายร้อนให้กับมวลสมาชิก อันประกอบด้วย นายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล และปลัดเทศบาลทั้ง ๑๖ เทศบาล ด้วยการไปขอใช้สถานที่ของ สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ - ป่าฮาลาบาลา ซึ่งอยู่บนเขาในป่าฮาลาบาลา เป็นสถานที่จัดประชุม และถึงแม้จะต้องเดินทางกันลำบากสักหน่อย หลงทางกันบ้างตามอัธยาศัย ที่สำคัญที่สุดเมื่อขึ้นถึงที่ประชุมแล้ว ทุกคนมีสมาธิในการประชุมจริงๆ เพราะข้างบนไม่มีสัญญาณมือถือเลย
สถานที่ประชุมพร้อม รอผู้เข้าร่วมประชุมครับ
 
ของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าประชุมก็พร้อมครับ



ทีมงานรอต้อนรับ เล่นเอาผู้เข้าประชุมเขินนะครับ





 เมื่อลงทะเบียนเข้าประชุมแล้วได้ดอกไม้ติดหน้าอกเป็นสัญญลักษณ์แล้ว ก็ต้อนรับกันด้วยน้ำชา กาแฟ นั่งสนทนากันตามอัธยาศัย รอเพื่อนๆที่เดินทางมาไกล








เมื่อได้เวลา การประชุมก็เริ่มขึ้น ด้วยการกล่าวต้อนรับจากนายกเทศมนตรีตำบลบูเก๊ะตา เจ้าภาพ ชมวิดีทัศน์บรรยายสรุปของเทศบาลตำบลบูเก๊ะตา  สำหรับเรื่องที่ประชุมเฉพาะเรื่องที่สำคัญๆ สรุปได้ดังนี้
๑.เรื่องเงินอุดหนุนจากสันนิบาตเทศบาลภาคใต้ สำหรับสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส จะได้รับเงินอุดหนุนจากสันนิบาตภาคใต้ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ เป็นเงิน ๓๘๑,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการประชุมสมาชิก และงบพัฒนาบุคลากรในสังกัดเทศบาล โดยเงินอุดหนุนนี้คิดในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าบำรุงที่สมาชิกสันนิบาตจังหวัด ส่งให้สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย จึงขอให้สมาชิกที่ยังไม่ได้นำส่งเงินค่าบำรุงเบิกจ่ายเงินส่งให้ ส.ท.ท. ด้วย
๒.รายงานสถานะทางการเงินของสันนิบาตเทศบาลจังหวัด ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗
รายรับ
  - เงินอุดหนุนจาก ส.ท.ท.     ๓๘๑,๐๐๐.๐๐   บาท
  - ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร            ๓๕๐.๔๘ บาท
รายจ่าย
  - ค่าใช้สอย (จัดประชุม)          ๑๕,๐๐๐.๐๐  บาท
ยอดเงินคงเหลือ                   ๓๖๖,๓๕๐.๔๘ บาท
๓.การจัดการแข่งขันกีฬาเทศบาลสัมพันธ์ ครั้งที่ ๗
เทศบาลตำบลรือเสาะ ในฐานะเจ้าภาพ ได้เสนอแนวทางในการจัดการแข่งขันกีฬาเทศบาลสัมพันธ์ ครั้งที่ ๗ ไว้ คือ จัดการแข่งขันระหว่างวันที่ ๑-๒๑  มิถุนายน ๒๕๕๗ โดยจะจัดการแข่งขันเฉพาะวันศุกร์ และเสาร์ ในแต่งละประเภทกีฬา ให้เสร็จสิ้น ส่วนในวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๗ จะเป็นการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน พิธีปิดการแข่งขัน งานเลี้ยง สปอร์ตไนท์
- ประเภทกีฬาที่แข่งขัน
   กีฬาสากล ฟุตซอล(ชาย) วอลเลย์บอล(หญิง) เปตอง (ชาย,หญิง) เทนนิส (ชาย,หญิง) เทเบิลเทนนิส (ชาย,หญิง) ตะกร้อ (ชาย)
   กีฬาพื้นบ้าน วิ่งผลัดกระสอบ ๕ คน(ชาย,หญิง) ชักกะเย่อผสม(ชาย ๕ คน หญิง ๕ คน) วิ่ง ๑๐ ขา (ชาย,หญิง) วิ่งซุปเปอร์แมน ๕ คน (ชาย,หญิง) กอล์ฟคนจน (ชาย,หญิง)
-ประเภมการประกวด
    ประกวดขบวนพสเหรด ,กองเชียร์,สิสสันนิบาตเทศบาลฯ,ร้องเพลงลูกทุ่งพร้อมแดนเซอร์
- มีการจับรางวัล แจกผู้อยู่ร่วมงาน
ซึ่งทางเทศบาลตำบลรือเสาะจะได้เชิญผู้แทนของเทศบาลเข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดรายละเอียดทั้งหมดต่อไป
๔.การจัดกิจกรรมพัฒนาบุคลากร ตามงบประมาณที่ได้อุดหนุนจากสันนิบาตภาค มอบให้นายกสันนิบาตเทศบาลจังหวัดไปจัดทำโครงการ ซึ่งที่ประชุมนำเสนอให้จัดทำโครงการในลักษณะแรลลี่ เพื่อไปทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ร่วมกับเทศบาลปลายทาง
๕.เจ้าภาพจัดการประชุมครั้งต่อไป เทศบาลตำบลแว้ง ประมาณเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๗
หลังประชุมเสร็จ เทศบาลเจ้าภาพได้มอบของที่ระลึกให้กับเทศบาลที่เข้าร่วมประชุม











หลังเสร็จสิ้นการประชุมก็เป็นการรับประทานอาหารร่วมกัน ในบรรยากาศเป็นกันเอง สบายๆ ในป่าในเขาด้วยอาหารพื้นบ้าน แต่อร่อยถูกใจครับ โดยเฉพาะผักกูดลวกราดกะทิ กับน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด ตามด้วยแกงส้ม อร่อยสุดยอด
ปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับปาล์มบังสูรย์ ต้นใหญ่ ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพครับ

เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมในครั้งนี้ ครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๗ เทศบาลตำบลแว้ง จะรับเป็นเจ้าภาพครับ  ต้องรอดูว่าแว้งจะพาสมาชิกไปประชุมที่ไหน

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สรุปผลการประชุม สันนิบาตเทศบาลฯ ครั้งที่ ๒๔/๒๕๕๔

สันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส ได้จัดให้มีการประชุมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดขึ้น เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ที่โรงแรมเก็นติ้ง อำเภอสุไหงโก-ลก โดยมีนายราซ๊ะ รอนิง นายกเทศมนตรีเมืองตากใบ ในฐานะประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในที่ประชุม
เรื่องที่ ๑ ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอของนายวิเชษฐ์ ไทยทองนุ่ม นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ ที่เสนอเรื่องขอให้สันนิบาตเทศบาลภาคใต้ พิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกจ้างของเทศบาลที่ประสบเหตุถูกลอบทำร้ายในขณะปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากระเบียบเดิมจะให้ความช่วยเหลือเฉพาะนายกเทศมนตรีและปลัดเทศบาล เท่านั้น ซึ่งต่อมาสันนิบาตเทศบาลภาคใต้ก็ขยายความช่วยเหลือมาถึงพนักงานและลูกจ้างของเทศบาลด้วย แต่ต้องเสนอผ่านสันนิบาตเทศบาลจังหวัดขึ้นไป
ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแล้วมีมติ ให้สันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส แจ้งเรื่องไปยังสันนิบาตเทศบาลภาคใต้เพื่อขอรับความช่วยเหลือต่อไป

เรื่องที่ ๒ สมาชิกยังได้เสนอขอให้สันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส เสนอให้ที่ประชุมสันนิบาตเทศบาลภาคใต้ กำหนดแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ บุคลากรของเทศบาลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้รับอันตรายหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกรณีพิเศษ โดยเสนอเกณฑ์ เสียชีวิต ช่วยรายละ ๕๐,๐๐๐ บาท บาดเจ็บสาหัส รายละ ๒๐,๐๐๐ บาท บาดเจ็บไม่สาหัส รายละ ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่องที่ ๓  เป็นการพิจารณาข้อเสนอของปลัดเทศบาลตำบลรือเสาะ นายธนวัฑฒน์ ผิวเหลือง ที่เสนอให้สันนิบาตเทศบาลพิจารณากรณีการทำประกันสังคมของพนักงานเทศบาล ซึ่งทางประกันสังคมจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เฉพาะในกรณีการบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยนอกเวลางานหรือไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ เท่านั้น สันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส มีมติให้รับเรื่องไปเสนอต่อสันนิบาตเทศบาลภาคใต้ เพื่อผลักดันให้การประกันสังคมครอบคลุมการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยทั้งในและนอกเวลางาน
เรื่องที่ ๔ พิจารณาข้อเสนอของสมาชิก ที่เสนอข้อคิดเห็นว่า เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือบุคลากรของเทศบาลที่ถูกฆาตกรรม ลอบทำร้ายจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นควรให้แต่ละเทศบาลจัดทำประกันชีวิตให้กับบุคลากรของเทศบาล โดยใช้เงินของเทศบาล ซึ่งที่ประชุมได้ชี้แจงว่าระเบียบดังกล่าวมีอยู่แล้ว แต่มีหนังสือสั้งการจากกระทรวงมหาดไทย ให้รอการดำเนินการไว้ก่อน จนกว่าจะมีการสั่งการแนวทางปฏิบัติในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจนกระทั่งบัดนี้ ก็ยังไม่มีการสั่งการออกมา ที่ประชุมมีมติให้ สันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส รับไปเสนอต่อสันนิบาตเทศบาลภาคใต้ เพื่อผลักดันต่อไป
เรื่องที่ ๕ รับทราบเรื่องการผลักดันให้รัฐบาลเป็นผู้รับภาระเงินเบี้ยเสี่ยงภัยคนละ ๒,๕๐๐ บาท ทั้งหมด ผลความก้าวหน้า คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการต่อไป

เรื่องที่ ๖ เจ้าภาพการประชุมครั้งต่อไป เทศบาลเมืองนราธิวาส รับเป็นเจ้าภาพ

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

สรุปผลการประชุมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ ๒๓

สันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส ได้จัดให้มีการประชุมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ ๒๓ เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๔ โดยมีเทศบาลตำบลมะรือโบตก เป็นเจ้าภาพ ซึ่งสรุปผลการประชุมได้ดังนี้
- เริ่มเปิดการประชุมโดย ทางเทศบาลตำบลมะรือโบตก ฉายวีดีโอแนะนำเทศบาล เสร็จแล้วนายอาห์มัด สาเมาะ นายกเทศมนตรีตำบลมะรือโบกตก กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม























นายอาห์มัด สาเมาะ นายกเทศมนตรีตำบลมะรือโบตก

- หลังจากนั้นได้เชิญนายราซีะ รอนิง นายกเทศมนตรีเมืองตากใบ ประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมและเริ่มประชุมตามระเบียบวาระ
นายราซีะ รอนิง นายกเทศมนตีเมืองตากใบ ประธานสันนิบาตเทศมบาลจังหวัดนราธิวาส

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
๑.เรื่องการปรับอัตราเงินค่าตอบแทนของคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาล ขณะนี้ประกาศได้ออกมาแล้ว 
๒.เรื่องข้อทักท้วงของ สตง.เกี่ยวกับการแจกอินทผาลัม เนื่องในเทศกาลถือศีลอด ตามหลักศาสนาอิสลาม เรื่องนี้ได้ชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว คาดว่าจะมีการสั่งการออกมาในเร็วๆนี้

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องรับรองรายงานการประชุม ที่ประชุมรับรอง

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องเพื่อทราบ
๑.เรื่องการจัดการประชุมสันนิบาตเทศบาลภาคใต้ ครั้งที่ ๔/๒๕๕๔ ที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งได้ดำเนินการจัดการประชุมไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๑๙-๒๐ กันยายน ๒๕๕๔ ณ โรงแรมหรรษาเจบี หาดใหญ่ สำหรับการประชุมครั้งต่อไป จังหวัดภูเก็ต รับเป็นเจ้าภาพ
๒.เรื่องการให้การช่วยเหลือพนักงานและลูกจ้างของเทศบาลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัด แต่เดิมสันนิบาตเทศบาลภาคใต้จะให้การช่วยเหลือเยียวยาเฉพาะปลัดเทศบาลกับนายกเทศมนตรี ซึ่งได้มีการเสนอต่อสันนิบาตภาคใต้ให้เยียวยาไปถึงพนักงานและลูกจ้างของเทศบาลที่ได้รับผลกระทบด้วย ดังนั้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากพนักงานและลูกจ้าง ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ทำเรื่องผ่านสันนิบาตเทศบาลจังหวัดเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากสันนิบาตเทศบาลภาคใต้ต่อไป
๓.รับทราบเรื่องที่เทศบาลตำบลสุคิรินเสนอเกี่ยวกับปัญหาพื้นที่ทับซ้อน แต่เนื่องจากเทศบาลตำบลสุคิริน ไม่มีผู้ใดเข้าประชุม จึงไม่มีผู้ที่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้

๔.การบังคับใช้ประกาศของ ป.ป.ช. เรื่องให้ผู้บริหารเทศบาลและสมาชิกสภาเทสบาลยื่นบัญชีทรัพย์สิน เทศบาลใดที่ยังไม่ยื่นให้ดำเนินการด้วย
๕.เทศบาลตำบลรือเสาะเสนอขอให้ยกเลิกระเบียบในการจัดหาคอมพิวเตอร์ที่ต้องเสนอคณะกรรมการในระดับจังหวัดพิจารณาก่อนหากวงเงินจัดหาไม่เกิน ๕ล้านบาท แต่ถ้าหากวงเงินเกิินต้องเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการระดับกระทรวงซึ่งเห็นว่าเป็นการเพิ่มภาระให้ท้องถิ่น เพราะการจัดหาคอมพิวเตอร์ก็มีมาตรฐานของกระทรวงไอซีทีกำหนดไว้อยู่แล้ว และทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดหา เป็นการไม่สนับสนุนแนวทางการกระจายอำนาจ ซึ่งประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส ได้แจ้วว่านำเสนอปัญหานี้ให้กับสันนิบาตภาคใต้แล้ว และทางสันนิบาตภาคใต้มีมติให้นำเสนอสันนิบาตเทศบาล เพื่อเสนอกระทรวงมหาดไทยให้ยกเลิกแนวทางการจัดหาคอมพิวเตอร์ดังกล่าว โดยให้เป็นอำนาจอิสระของท้องถิ่นในการจัดหาคอมพิวเตอร์
๖.ที่ประชุมได้ขอให้ ปลัดเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก นำเสนอเรื่องของ AEC หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ให้ที่ประชุมทราบ เนื่องจากเป็นผู้ไปประชุมในเรื่องดังกล่าวมา ซึ่งปลัดเทศบาลเมืองสุไหงดก-ลก ได้นำเสนอโดยสรุปดังนี้

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ ๑๔-๑๖ กันยายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมสัมมนา ตามโครงการของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศในหัวข้อที่เกี่ยวกับ การเสริมสร้างความรู้เรื่องประชาคมเศรษฐกิจของอาเซียน หรือ AEC เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการก้าวเข้า สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ หรืออีก ๓ ปีข้างหน้า

ประเด็นที่น่าสนใจของการเข้าร่วมประชุมสัมมนา ในครั้งนี้ ก็คือ โจทย์ที่ว่า เมื่อเข้าร่วมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว คนในชุมชนของท้องถิ่นจะได้รับประโยชน์หรือเสียประโยชน์อย่างไร เพราะเป็นที่แน่นอนว่า บรรดาบริษัทใหญ่ๆ ทุนเยอะๆย่อมได้รับประโยชน์อย่างแน่นอนอยู่แล้ว แต่ประชาชนคนรากหญ้า โดยเฉพาะคนในชนบทที่อยู่ใน อบต. อยู่ในเทศบาลทั่วประเทศ และโดยเฉพาะคนที่อยู่ขอบตะเข็บชายแดนอย่างในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จะได้รับประโยชน์อย่างไร

การสัมมนาเริ่มที่การให้ความรู้ที่ว่าเมื่อเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้วจะเกิดอะไร
 - ประเด็นแรกที่เกิดคือ ตลาดการค้าเสรี การค้าในตลาดระหว่างประเทศในอาเซียน จะมีความเป็นเสรีมากขึ้น โดยไม่ถูกจำกัดด้วยอัตราภาษี และข้อจำกัดทางการค้า การเคลื่อนย้ายของสินค้าและบริการระหว่างกันจะเป็นไปโดยสะดวกมากยิ่งขึ้น
 - ประเด็นที่สอง การลงทุนและการเคลื่อนย้ายของทุนจะมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ทุนและการลงทุนระหว่างประเทศจะสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก ดังนั้นจึงอาจมีทั้งการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และทุนในประเทศไทยเคลื่อนย้ายไปลงทุนในประเทศอื่นที่เป็นประเทศในกลุ่มอา เซียนด้วยกันเอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อัตราค่าแรงงาน สาธารณูปโภค สถานการณ์ทางการเมือง ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เป็นต้น
 - ประเด็นที่สาม การเคลื่อนย้ายแรงงานจะมีความเป็นอิสระเสรีมากขึ้น ในขั้นต้นแรงงานที่สามารถเคลื่อนย้ายไปทำงานในประเทศต่างๆ ไม่ได้หมายความถึงแรงงานที่ขาดทักษะ หรือแรงงานไร้ฝีมือ แต่เป็นแรงงานที่มีทักษะวิชาชีพ เช่น แพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก เป็นต้น

นี่คือประเด็นหลักๆที่จะเกิดขึ้นในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคต ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เราต้องมาแยกประเด็นวิเคราะห์ผลกระทบทั้งทางด้านลบและ ด้านบวกที่จะเกิดขึ้นกับคนในชุมชนของเราต่อไปในอนาคต

ตลาดเสรี ผลกระทบที่จะตามมาก็คือ สินค้าแปลกๆใหม่จะถูกนำเข้ามาขายในตลาดภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งสินค้าบางอย่างอาจมีราคาถูกกว่าสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ อันเนื่องมาจากปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการผลิตสินค้าในประเทศนั้นๆ เช่น ค่าแรงงานที่ถูกกว่า ปัจจัยการผลิตที่หาได้ง่ายกว่าเป็นต้น สิ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องดำเนินการหรือเข้ามามีบทบาท ก็คือในเรื่องของการคุ้มครองผุ้บริโภค ให้ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ ได้รับความปลอดภัยในการใช้สินค้าและบริการ ซึ่งภารกิจการคุ้มครองผู้บริโภคนี้ก็เป็นภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอนจากสำนัก งานคุ้มครองผู้บริโภค ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่แล้ว เนื่องจากในหลักการของตลาดการค้าเสรี ต้องไม่ถูกจำกัดด้วยมาตรการทางภาษีและมาตรการอื่นๆ แต่สิ่งที่ประเทศต่างๆยินยอมให้มีการจำกัดได้ ด็ต้องเป็นไปเพื่อการคุ้มครองสุขภาพอนามัย และความปลอดภัยของประชาชน

ในส่วนของการส่งเสริมสินค้าเพื่อการส่งออก ไม่ว่าจะเป็นผลิตผลทางการเกษตร สินค้าที่ผลิตในชุมชน โอทอป สิ่งที่ต้องทำก็คือการให้ความรู้ในเรื่องของกฎกติกา และมาตรฐานของสินค้าแต่ละประเภทของแต่ประเภทที่มีกำหนดไว้ เพื่อการคุ้มครองสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของคนของตน เพื่อจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องสอดคล้องกับมาตรฐานของแต่ละประเทศที่จะเป็นคู่ ค้า

ในเรื่องของทุน ท้องถิ่นเองอาจจะไม่มีขีดความสามารถในการส่งเสริมการไปลงทุนในต่างประเทศ แต่ก็มีขีดความสามารถในการส่งเสริมการลงทุนในประเทศ ด้วยมาตรการ และอำนาจหน้าที่ที่ตนเองมีอยู่ เช่น ในเรื่องของการจัดวางผังเมือง การกำหนดเขตต่างๆให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในเมือง เช่นในเมืองควรมีอุตสาหกรรม หรือไม่ประเภทใด ควรอยู่ในโซนไหน จึงจะไม่ไก่อให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนของผู้ที่อาศัยอยู่ในเมือง การวางระบบเส้นทางคมนาคมขนส่ง ระบบระบายน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย หรือในท้องถิ่นที่มีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงามก็ต้องส่งเสริมการ ท่องเที่ยวธรรมชาติ ในท้องถิ่นที่มีสิ่งก่อสร้างทางศิลปวัฒนธรรม หรือมีเรื่องราว ประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ ก็นำสิ่งเหล่านี้มาลงทุน สร้างจุดขาย เป็นต้น

ในด้านของแรงงาน ท้องถิ่นก็ต้องเป็นผู้ดำเนินการเตรียมความพร้อมให้กับแรงงานในด้านของการฝึก ทักษะ หรือเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถให้กับแรงงาน ให้เป็นผู้มีความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในระดับนานาชาติ เช่น ท้องถิ่นที่มีโรงเรียน ก็อาจจะต้องเตรียมความพร้อมให้กับเด้กนักเรียน ในด้านของภาษาที่สอง เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาที่สาม เช่นภาษาของอาเซียน เป็นต้น ต่อไปในอนาคต เราต้องเตรียมความพร้อมของคนจากคนสัญาชาติไทย เชื้อชาติไทย ไปสู่คนสัฐชาติไทย เชื้อชาติอาเซียน ก็เป็นได้

วันนี้เราบอกว่ายังมีเวลา แต่คิดว่าคงมีเวลาอีกไม่มากในการเตรียมตัว คนที่จะได้รับประโยชน์ก็คือคนที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว หรือคนที่พร้อมแล้วนั่นเอง วันนี้บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคงต้องขยายบทบาทของตนเองจากคนกวาด ถนน สร้างถนน ซ่อมไฟถนน ไปสู่บทบาทใหม่ นั่นคือบทบาทของ ผู้เตรียมการหรือผู้เตรียมความพร้อมให้กับคนในท้องถิ่น ซึ่งมีผู้เปรียบเทียบว่า คนในท้องถิ่นของเราทุกวันนี้ เหมือนเรือแจวหรือพาย ซึ่งกำลังถูกเข็นให้ออกไปสู่ทะเลใหญ่ ในนามของอาเซียน แล้วจะไปรอดหรือ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกัน เราคงต้องมานั่งคิดกันต่อไปว่าถ้าเรือเรายังเล้ก ยังไม่สามารถต่อสู้พายุใหญ่ได้ เราจะพุ่งออกทะเลท่าเดียว หรือจะเลาะริมหาดชายทะเล ไปก่อน คงต้องคิดดีๆนะครับ

มติที่ประชุม รับทราบ


ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องเพื่อพิจารณา
๑.มีการเสนอให้ยหเลิกการสั่งการเกี่ยวกับการตั้งงบประมาณในหมวดเงินอุดหนุน ที่มีกำหนดกฎเกณฑ์ในเรื่องวงเงิน เรื่องหน่วยงานที่จะขอรับเงินอุดหนุน ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิของท้องถิ่น โดยเห็นควรให้เป็นอำนาจและดุลยพินิจของท้องถิ่น ที่จะพิจารณาจัดตั้งเงินอุดหนุนตามเดิม
มตืที่ประชุม รับเรื่องไว้พิจารณาต่อไป


ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องอื่น (ถ้ามี)
๑.การประชุมครั้งต่อไป เทศบาลตำบลสุคิริน เป็นเจ้าภาพ

ปิดประชุมเวลา ๑๒.๐๐ น.


ภาพผู้เข้าประชุมและบรรยากาศการประชุม